หน้าแรก l ตั้งเป็นหน้าแรก l สมัครสมาชิก l อัตราค่าโฆษณา l ติดต่อสอบถาม l เข้าสู่ระบบ
เมนูคนสอบ
   คุยข้อมูลทั่วไป
   คุยปรึกษาเรื่องข้อสอบ
   คุยเรื่องการเดินทาง
   คุยแนะนำเทคนิคการสอบ
   คุยเรื่อง สอบกพ.
   คุยเรื่อง สอบท้องถิ่น
   คุยเรื่อง สอบครู
   คุยเรื่อง งานทั่วไป
   ร้องเรียนการสอบ
   คุยเรื่อง ตัวอย่างข้อสอบ
 เนื้อหาน่ารู้
 ความรู้วิชาภาษาไทย
 ความรู้ความสามารถทั่วไป
 
ภาคความรู้ภาษาไทย

การเขียน     

การเขียนคือการแสดงความรู้/ความคิด/ความรู้สึกและความต้องการของผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้รับสามารถอ่านเข้าใจได้ รับทราบความรู้ ความคิด ความรู้สึก และความต้องการเหล่านั้น

***ข้อสอบการเขียนจะทดสอบในเรื่องการเรียงความและการเขียนประโยคตามหลักภาษาโดยจะกำหนดข้อความ/ประโยคหรือบทความแล้วให้ตอบคำถามโดยเลือกข้อความที่กำหนดให้ซึ่งเป็นข้อความที่ถูกต้องตามหลักภาษาหรือใส่เครื่องหมายเลขกำกับหัวข้อแล้วให้เรียงเลขที่กำกับมาให้ถูกต้อง***

  • การเรียงความ

หลักในการทำข้อสอบ ควรพิจารณาดังต่อไปนี้คือ

หลักการพิจารณาข้อความ

1.ความหมายของคำ ในความหมายอย่างเดียวกันต้องเลือกดูคำที่มีความหมายแจ่มแจ้งที่สุด เช่นคำว่า "สวย" กับ "งาม" มีความหมายใก้ลเคียงกัน คำว่า "งาม" น่าจะเหมาะกับประโยค ที่สอื่ความหมายถึงการมีจิตใจดีและมีคุณธรรม ส่วนคำว่า "สวย" หมายถึงรูปร่างหน้าตาภายนอก ซึ่งคำว่า "งาม" จะมีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจกว่า เป็นต้น

2.การประหยัดคำ เราต้องใช้คำให้ถูกที่และเหมาะสมกับฐานะบุคคลปัจจุบันมักจะใช้คำผิดๆ ส่วนมากป็นคำราชาศัพท์หรือศัพท์ที่ใช้มานานแล้ว เช่น คำว่า "มหาศาล" นั้นแต่ก่อนใช้แต่กับ พระมหากษัตริย์ และพราหมณ์ แต่ปัจจุบันยังนำมาใช้แม้แต่ลุ่มโจร

3. หลักความใก้ลชิด ต้องวางคำขยายให้ถุกต้องตามตำแหน่งหน้าที่มิเช่นนั้นจะทำให้ความหมายกำกวม เช่น ไหมเป็นสินค้าสำคัญซึ่งได้มาจากตัวหนอนเล็กๆ ประโยคนี้ควรแก้เป็น ไหมซึ่งได้มาจากหนอนตัวเล็กๆเป็นสินค้าสำคัญ

4. ฐานแห่งน้ำหนัก ประโยคหนึ่งๆถ้าแบ่งเป็น 3 ตอน ใจความสำคัญมักจะอยู่ตอนท้าย รองลงมาเป็นต้นประโยค ส่วนกลางประโยคจะมีความสำคัญมากที่สุด เช่น
            ยกมืขึ้นไม่เช่นนั้นจะตาย
            ชนชาวไทยร่วมชาติขิงข้าพเจ้าทั้งหลายจงตื่นเถิด

5. เหตุผล ต้องพิจารณาจากหลักเหตุผลถ้าข้อความใดผิดหลักความเป็นจริงก็ใช้ไม่ได้ เช่น ประโยคที่ว่า เด็กคนนั้นเก่งจังเลยแค่ 5-6 เดือนก็วิ่งได้แล้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้

6.ไวยากรณ์หรือหลักของภาษาเราต้องดูว่าคำที่ใช้ถูกต้องและมีความหมายกลมกลืนในประโยคหรือไม่ เช่น

คำว่า "สมควร" ควรเชื่อมกับคำว่า "แก่" เช่นประโยคต่อไปนี้
"เขาจะต้องทดลองปฎิบัติราชการจนหัวหน้าเห็นว่าเขามีความสามารถ สมควรแก่ ตำแหน่ง"
"สมเด็จพระบรมพิตรพพระราชสมภารเจ้าตั้งพระราชหฤทัยทรงพระราชวิจารณ์ราชกิจดดยสมควรแก่ประเทศชาติ โดย สมควรแก่ กาลสมัย

คำว่า "สม" ควรเชื่อมกับคำว่า "กับ" ดังนี้
"เปรียบสตรีมีกุลชาติ มารยาทน่าชม สมกับ หญิง"
"ท่านต้งปฎิบัติหน้าที่ให้ สมกับ เป็นครู"

คำปฎิเสธซ้อนกันไม่ควรใช้มิเช่นนั้นจะกลายเป็นคำบอกรับไป เช่น
"ห้ามไม่ให้เก็บดกไม้" กลายเป็น "ให้เก็บดอกไม้ได้"
"มิใช่ลำเอียงก็เปล่า" กลายเป็น "ลำเอียง"

7. การใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องตามความนิยม ต้องดูตามความเหมาะสม
ประโยคที่ใช้ตามภาษาอังกฤษไม่ควรใช้ เช่นคำว่า "จับหวัด" เพราะภาษาไทยใช้ว่าว่า "เป็นหวัด"
ประโยคที่มีคำภาษาบาลีเช่นคำว่า "อันว่าข้าพเจ้านี้มีความทุกข์" ก็ไม่ควรใช้เพราะคำว่า "อันว่า" ไม่เป็นที่นิยมและบรรยายเป็นตัวอักษรไม่ได้
ประโยคว่า "ฉันจะไปตัดเสื้อ" ควรใช้ "ฉันจะไปให้ช่างตัดเสื้อ"
ประโยคว่า "ฉันจะไปตัดผม" ควรใช้ "ฉันจะไปให้ช่างตัดผม" แต่ประโยค "เขาตัดผมของฉันและแต่งให้เรียบร้อย" ก็ไม่ควรใช้เพราะยาวไปไม่เป็นที่นิยม

หลักการเรียงความ (ในการสอบ)

การจัดเรียงข้อความที่วางไว้ผิดที่ ผิดความหมาย ให้ได้ใจความชัดเจนนั้น ในข้อสอบจะวางข้อความกลับกันไปมาอ่านแล้วไม่ได้ใจความชัดเจนจึงต้องเรียบเรียงข้อความใหม่เพื่อให้อ่านได้ความ มีหลักในการเรียงข้อความดังนี้

1.ข้อความที่กำหนดให้ส่วนใหญ่ข้อความนั้นจะเป็นตอนๆให้ผู้สอบอ่านข้อความที่กำหนไว้ในข้อสอบตั้งแต่ต้นจนจบทุกข้อความ แยกเอกรรถประโยคอเนกถรรถประโยคและสังกรประโยคแล้วกำหนดว่าข้อความใดควรจะอยู่ก่อนอยู่หลังโดยจัดเรียงตามลำดับควมแล้วใส่หมายเลขกำกับลงบนข้อความนั้นๆ เรียงตามลำดับไปจนจบข้อความ

2.จัดประโยคโดยเรียบเรียงตามลำดับข้อความให้ได้ใจความดีและเป็นภาษาที่สละสลวย

3.อ่านข้อความที่ได้จัดเรียงลำดับตามหมายเลขแล้วว่าได้ความชัดเจนหรือยัง ถ้ายังไม่ชัดเจนก็เรียบเรียงข้อความใหม่จนกว่าจะได้ความชัดเจน

4.เมื่อได้ลำดับหมายเลขและใจความชัดเจนดีแล้วจึงเขียนข้อความเรียงลำดับหมายเลขลงในระดาษคำตอบ

***ในการเรียงข้อความนี้ ผู้เข้าสอบจะต้องฝึกหัดทำบ่อยๆเพื่อให้เกิดความชำนาญ และต้องฝึกอ่านจดจำข้อความที่ใช้ภาษาได้ถูกต้องจะช่วยให้ทำข้อสอบได้รวดเร็ว ถูกต้องและดีขึ้นใช้เวลาในการทำข้อสอบน้อยลง

***ในการสอบเนื่องจากเวลามีจำกัดเมื่ออ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วมีความเห็นว่าจะเรียงลำดับให้อ่านได้ใจความยาก และไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่ขอแนะนำว่าควรจะทำข้อสอบข้ออื่นที่ทำได้ก่อนเสร็จแล้วจึงกลับมาเรียบเรียงใหม่

  • การเขียนประโยคตามหลักภาษา

ประโยค คือกลุ่มคำที่กี่ยวข้องกันเป็นระเบียบและมีเนื้อความครบบริบูรณ์ประกอบด้วยภาคประธานและภาคแสดง
ส่วนต่างๆของประโยค ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ

1. ภาคประธาน ประกอบด้วย บทประธานและบทขยายประธาน
2. ภาคแสดง ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม บทขยายกรรม

รูปประโยค มีอยู่ 5 รูปคือ

1. ประโยคกรรตุคือประโยคที่กล่าวตรงไปตรงมา คือมีการเรียงประธาน+กริยา และกรรม ตามลำดับ เช่น สุนัขกัดแมว

2. ประโยคกรรม คือประโยคที่เอากรรมของกริยามาเป็นประธาน โดยวางไว้หน้าประโยค เพื่อเน้นกรรม เช่น แมวถูกสุนัขกัด

3.ประโยคกริยา คือประโยคที่เอาคำกริยามาไว้หน้าประโยคเพื่อเน้นคำกริยานั้นๆ เกิดการปฎิวัติขึ้น,มีนักเรียน 20 คนในชั้นนี้

4. ประโยคการิต คือประโยคกรรตุ หรือประโยคกรรม แต่มีผู้รับแทรกเข้ามา เช่น เขาบังคับให้คนใช้ทำงานหนัก,ครูให้นักเรียนทำงานหนัก

5.ประโยคกริยาสภาวมาลา คือประโยคที่เอาคำกริยาสภาวมาลาเป็นบทประธาน (กริยาสภาวมาลา คือกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายกับนาม) หรือบทขยายประธาน บทกรรม หรือบทขยายส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยคก็ได้ เช่น ออกกำลังกายทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง,พูดดีเป็นศรีศักด

 

 บทความน่ารู้จากสมาชิก
©  Copyright 2006 konsorb.com All rights reserved. by http://www.konsorb.com/
konsorb@hotmail.com  โทร. 086-8664526